วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2556

เมื่อ “เอดส์” เกิดมากับหนูน้อย


เมื่อ เอดส์ เกิดมากับหนูน้อย

            โรคเอดส์เกิดจากการติดเชื้อเอชไอวี ปัจจุบันทั่วโลกมีเด็กติดเชื้อเอชไอวีเกิดขึ้นใหม่ประมาณ 7 แสนคนต่อปี  สำหรับประเทศไทยมีผู้ป่วยเด็กประมาณ 30,000 คน เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 10,000 คน ปัญหาที่สำคัญคือ เด็กเหล่านี้มักกำพร้าพ่อ-แม่ตั้งแต่อายุยังน้อย ในส่วนของเด็กที่ไม่ติดเชื้อ แต่เกิดจากมารดาที่ติดเชื้อก็มีปัญหาเช่นกัน นับว่าเอดส์ทำให้เกิดปัญหาเด็กกำพร้าขึ้นประมาณ 150,000 ครอบครัวแล้ว  ปัจจุบันมีการใช้ยาต้านไวรัสป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก ทำให้มีอัตราเด็กติดเชื้อเกิดใหม่ลดลงมาก จาที่เคยสูงถึง 2,000 คนต่อปี เหลือประมาณ 300 คนต่อปี


            โดยส่วนใหญ่เด็กจะติดเชื้อเอชไอวีขณะอยู่ในครรภ์ หรือในระหว่างคลอด และอาจได้รับเชื้อจากนมมารดา หากทารกกินนมมารดาหากทารกกินนมมารดาที่ติดเชื้อด้วย ส่วนการติดเชื้อโดยวิธีอื่น เช่น การได้รับเลือด มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากในระยะหลัง เพราะถ้าพ่อและแม่เป็นเอดส์ ลูกจะต้องเป็นด้วยเสมอไปหรือไม่?
            การติดเชื้อในเด็ก เกิดในช่วงที่อยู่ในครรภ์มารดา หรือระหว่างคลอด สำหรับประเทศไทย ไม่แนะนำให้ทารกที่เกิดจากมารดาที่ติดเชื้อกินนมแม่ จึงไม่พบการติดเชื้อภายหลังการคลอด ส่วนการติดเชื้อในบิดาจะไม่มีการติดต่อมายังบุตร
 หากมารดาไม่ได้รับยาต้านไวรัสใด ๆ แต่ทารกไม่ได้กินนมมารดา ทารกจะมีโอกาสติดเชื้อจากมารดาประมาณ 1 ใน 4 หรือ 25% แต่ถ้ามารดาได้รับยาต้านไวรัส zidovudine(AZT) เพียงตัวเดียวในช่วงไม่นานก่อนคลอด และทารกได้รับยา AZTด้วย พบว่าจะลดการติดเชื้อเหลือประมาณ 7-8% แต่หากมารดาได้รับยา 2 ตัว เช่น zidovudine (AZT) + lamivudine (3TC) หรือได้รับ AZT ตั้งแต่ครรภ์ 28 สัปดาห์ ร่วมกับ Nepirapine (NVP) 1 ครั้งตอนคลอด และ1 ครั้งในทารกจะลดการติดเชื้อเหลือเพียงไม่เกิน 3% และถ้ามารดาได้รับยา 3 ขนาน นานกว่า 4 สัปดาห์ก่อนคลอด ทารกจะติดเชื้อประมาณ 1-2 % เท่านั้น นอกจากนี้ การคลอดโดยการผ่าตัดทางหน้าท้อง (Caesarean section) ก่อนจะเจ็บครรภ์หรือมีน้ำเดิน จะช่วยลดอัตราการติดเชื้อในทารกลงไปได้อีก
            สถานพยาบาลในปัจจุบัน จะเน้นการดูแลรักษาในมารดาระหว่างตั้งครรภ์เป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันการติดเชื้อในทารก ซึ่งหากทำได้ดี จะมีผู้ป่วยเด็กรายใหม่เกิดขึ้นน้อยมาก ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรยาต้านไวรัส สำหรับหญิงตั้งครรภ์ทั่วประเทศ เป็นยา AZT และ NVP นอกจากนี้ยังให้นมผงแก่ทารกนาน 1 ปี อย่างเพียงพอทั่วประเทศ จึงทำให้ประเทศไทยได้รับการยกย่องเป็นตัวอย่างประเทศที่มีการให้ระบบบริการเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจเลือดเพื่อค้นหาการติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์ จึงเป็นที่แนะนำให้ทำทุกราย  คาดว่าในอนาคตจะมีเด็กติดเชื้อรายใหม่เกิดขึ้นน้อย ทำให้จำนวนผู้ป่วยไม่เพิ่มขึ้น จะทำให้มีทรัพยากรเหลือมาดูแลรักษาเด็กที่ติดเชื้อได้ดีมากยิ่งขึ้น
การดูแลรักษาเด็กที่ติดเชื้อในปัจจุบัน มีวิทยาการก้าวหน้าพียงใด
            ปัจจุบันมียาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งเมื่อนำมาใช้หลายตัวรวมกันจะเป็นสูตรที่มีประสิทธิภาพดีมาก ทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพแข็งแรงใกล้เคียงกับเด็กปกติ ยาสูตรพื้นฐานสูตรแรก คือ ยากลุ่ม nucleoside reverse transcriptase 2 ตัว ร่วมกันยากลุ่ม non- nucleoside reverse transcriptase อีก 1 ตัว ได้แก่ zidovudine (หรือ stavudine) ร่วมกับ lamivudine ร่วมกับ nevirapine ซึ่งสามารถผลิตได้เองโดยองค์การเภสัชกรรม มีราคาถูกลงมาก ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทั่วถึง
            อย่างไรก็ดี ยาต้านไวรัส ต้องกินตลอดไปและมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาเชื้อดื้อยาขึ้นได้ โดยเฉพาะหากกินยาไม่สม่ำเสมอตรงเวลา จะมีการดื้อยาเกิดง่ายขึ้น จำเป็นต้องใช้ยาสูตรใหม่  เช่น กลุ่ม protease inhibitor ซึ่งมักเป็นยาที่มีราคาแพงเพราะยังไม่สามารถผลิตเองได้ และมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้มากขึ้น แต่ก็มียาดี ๆ ที่มีประสิทธิภาพสูง พัฒนาออกมาใหม่เรื่อย ๆ ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสมีชีวิตยืนยาว แต่การใช้ยาใหม่ๆในผู้ป่วยเด็กมักจะทำได้จำกัดกว่าผู้ใหญ่
การดูแลเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี มีหลักปฎิบัติอย่างไรบ้าง
            เด็กที่ติดเชื้อต้องดูแลสุขภาพทั่วไปให้มีสุขอนามัยที่ดี เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยซ้ำเติม เพราะภาวะภูมิคุ้มกันของร่างกาย อาจจะไม่ปกติในบางช่วงได้ สุขอนามัยควรเริ่มปฏิบัติตั้งแต่วัยทารก ให้อาหารที่สะอาด เพียงพอ ครบทุกหมู่ ระวังอาหารหวาน และการคานมขวดจนหลับ เพราะมักเป็นสาเหตุของภาวะฟันผุอย่างแรงได้ การรักษาสุขอนามัยทั่วไป เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน ตัดเล็บ ล้างมือ ต้องเน้นย้ำมากกว่าปรกติ แนะนำให้ดื่มน้ำต้มสุกเสมอ และไม่ให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่ต้องมีการสัมผัส เช่น สุนัข แมว เป็นต้น ควรส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกาย และมีกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย ไปโรงเรียนตามปรกติโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้โรงเรียนทราบว่าเป็นโรคนี้ แต่ต้องหลีกเลี่ยงภาวะที่ต้องมีการกระทบกระแทก มีเลือดออก เด็กเหล่านี้สามารถเล่นกีฬาได้ แต่ไม่ควรเล่นกีฬาที่อาจมีการกระทบกระแทกร่างกายได้
            การฝึกระเบียบวินัยเป็นเรื่องสำคัญ เพราะต้องกินยาอย่างเคร่งครัดตรงเวลาตลอดชีวิต การเลี้ยงดูแบบเอาอกเอาใจเกินไป หรือแบบไม่สนใจจะทำให้เด็กมีปัญหาในการดูแลตนเองต่อไป เด็กที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างเหมาะสม สามารถปรับตัวเองในการกินยาได้ดี  ในเด็กเล็กคำอธิบายที่เหมาะกับวัยให้เข้าใจว่าทำไมต้องกินยาโดยยังไม่ต้องบอกชื่อโรคจะช่วยให้เด็กร่วมมือดีขึ้น ความรักความอบอุ่นในครอบครัวจะลดปัญหาการต่อต้านได้ บางครั้งยาที่ใช้ต้องเป็นยาเม็ด ต้องมีการตัดแบ่ง หรือบด จำเป็นต้องมีการฝึกสอนให้ผู้ปกครองทำได้อย่างถูกต้อง การกินยาที่ถูกต้องจะลดโอกาสที่จะเกิดเชื้อดื้อยาได้มาก
เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีจะมีโอกาสใช้ชีวิตแบบเด็กปรกติได้หรือไม่
            แนวทางการดูแลเด็กเหล่านี้คือ ทำให้เด็กมีชีวิตใกล้เคียงกับเด็กปกติมากที่สุด แม้ยาต้านไวรัสทำให้เด็กมีชีวิตยืนยาวจนโตได้ แต่เด็กหลายคนยังมีความเจ็บป่วย ผ่ายผอม และมีสภาพร่างกายที่ไม่ปกติ ซึ่งอาจทำให้คุณภาพชีวิตไม่ดี ในขณะที่เด็กจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มที่เกิดในช่วงที่มียาต้านไวรัสใช้ จะดูภายนอกเหมือนเด็กปกติทุกประการ สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนปกติ แต่ต้องกินยาอย่างเคร่งครัดและมาติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ มีเด็กจำนวนหนึ่งกำลังเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น และอาจจะเริ่มมีเพศสัมพันธ์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องให้เด็กรู้ว่าตนเองเป็นโรคอะไร และควรเกิดความรู้ความเข้าใจก่อนจะเข้าสู่วัยในต่างประเทศมีเด็กติดเชื้อตั้งแต่เกิดจำนวนหนึ่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และตั้งครรภ์ มีบุตร โดยที่ไม่มีทารกคนใดติดเชื้อ เพราะมีการให้ยาป้องกันการติดเชื้อในทารกอย่างเต็มที่ เด็กที่ติดเชื้อมักเกิดในครอบครัวที่มีปัญหาและความวุ่นวาย เด็กจึงอาจมีปัญหาทางสุขภาพกายและใจ การเลี้ยงดูให้เด็กมีความสุขมีคุณภาพชีวิตที่ดีนับเป็นเรื่องสำคัญ การดูแลเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีที่กำลังโตเข้าวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ยากและท้าทาย เพราะวัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมเสี่ยงและต่อต้าน การทำงานเป็นทีมกับผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายจะช่วยให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างราบรื่น  โรคติดเชื้อเอชไอวีหรือเอดส์ในเด็กเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยาต้านไวรัสทำให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และอายุยืนยาว กลายเป็นโรคเรื้อรังโรคหนึ่ง การดูแลระยะยาวจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาใด ๆ ที่ทำให้ผู้ป่วยหายขาดได้ โรคนี้จึงเหมือนโรคเรื้อรัง อื่นๆ ที่ต้องการการดูแลรักษายาวนานตลอดชีวิต ความใส่ใจและความรักความอบอุ่นในครอบครัวจึงเป็นอีกหนึ่งยาขนานเอกที่จะช่วยให้ผู้ป่วยเด็กมีสุขภาพใจและสุขภาพกายแข็งแรงไปอีกนาน ๆ ค่ะ 


 ที่มา
   รศ.พญ.กุลกัญญา  โชคไพบูลย์กิจ
           สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภ.กุมารเวชศาสตร์
           Faculty of Medicine Siriraj Hospital
           คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
 

           14/10/2553

0 ความคิดเห็น:

ค้นหาใน Web นี้

บทความที่ได้รับความนิยม

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ผู้ติดตาม

ขับเคลื่อนโดย Blogger.