วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2556
ผ่าตัดริดสีดวงทวาร อย่างไรไม่ให้เจ็บ (หรือเจ็บน้อย)
ผ่าตัดริดสีดวงทวาร
อย่างไรไม่ให้เจ็บ (หรือเจ็บน้อย)
โรคริดสีดวงทวารเป็นโรคที่พบบ่อย
เกิดจากการโป่งพองของหลอดเลือดขนาดเล็กบริเวณเยื่อบุช่องทวารหนัก
รวมถึงมีการหย่อนยานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของเยื่อบุช่องทวารหนักด้วย
ปัจจุบันเชื่อว่ามีสาเหตุหลายอย่างที่ทำให้เกิดริดสีดวงทวาร
เช่น ภาวะท้องผูก และการเบ่งอุจจาระนานๆ เป็นต้น
สำหรับการรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย อาหารรสจัด
หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจกระตุ้นอาการของริดสีดวงทวารให้มากขึ้นได้
ริดสีดวงทวารแบ่งตามตำแหน่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
1. ริดสีดวงทวารชนิดภายนอก (External
Haemorrhoids) จะปกคลุมด้วยชั้นผิวหนัง
2. ริดสีดวงทวารชนิดภายใน (Internal
Haemorrhoids) จะปกคลุมด้วยเยื่อบุลำไส้
สำหรับริดสีดวงทวารชนิดภายในนี้
ยังแบ่งย่อยออกเป็น 4 ระยะตามความรุนแรงของโรค ได้แก่
ระยะที่ 1 ริดสีดวงทวารที่มีเลือดออกแต่ไม่มีก้อนยื่น
ระยะที่ 2 ริดสีดวงทวารที่ยื่นพ้นปากทวารหนักขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ
และสามารถหดกลับเข้าที่ได้เอง
ระยะที่ 3 ริดสีดวงทวารที่ยื่นพ้นปากทวารหนักขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ
และจะกลับเข้าที่ได้โดยต้องใช้นิ้วดันกลับ
ระยะที่ 4 ริดสีดวงทวารที่ยื่นออกมาตลอดเวลาไม่สามารถดันกลับเข้าที่ได้
หรือมีภาวะการเกิดลิ่มเลือดเฉียบพลัน
หรือมีการยื่นของเยื่อบุช่องทวารหนักออกมาทั้งหมด
อาการของริดสีดวงทวาร
- การถ่ายเป็นเลือดแดงสด
(ขณะขับถ่ายพบเลือดแดงสดหยดลงในโถอุจจาระหรือเมื่อขับถ่ายเสร็จ
หรือพบเลือดแดงสดติดกระดาษชำระขณะเช็ดก้น)
- มีก้อนโผล่ขณะถ่ายอุจจาระ
- โดยทั่วไปริดสีดวงทวารจะไม่มีอาการปวดร่วมด้วย ยกเว้นเมื่อเกิดมีลิ่มเลือดเฉียบพลันหรือมีการขาดเลือดของริดสีดวงทวาร
หรือมีโรคอื่นเช่น แผลปริปากทวารหนัก หรือฝีรอบทวารหนักร่วมด้วย เป็นต้น
- สำหรับผู้ป่วยสูงอายุเมื่อมีอาการถ่ายเป็นเลือดต้องนึกถึงสาเหตุอื่น ๆ
ด้วย เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นอาการของโรค มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมะเร็งทวารหนัก ดังนั้นจึงควรมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
การรักษาโรคริดสีดวงทวาร
มีตั้งแต่การรับประทานอาหารที่มีใยอาหารมากขึ้น
และปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันได้แก่ การดื่มน้ำมากๆ และลดอาหารไขมัน
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการเบ่งอุจจาระนานๆหรืออ่านหนังสือในขณะขับถ่าย
หลีกเลี่ยงยาที่ทำให้ท้องผูกหรือท้องเสีย เป็นต้น จนถึงการผ่าตัด
ซึ่งการเลือกการรักษาวิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับระยะและความรุนแรงของโรค
โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดในกรณีที่ผู้ป่วยมีริดสีดวงทวารชนิดภายในระยะที่ 3 หรือ 4หรือเมื่อมีลิ่มเลือดหรือมีการขาดเลือดของริดสีดวงทวาร
ในอดีตผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดริดสีดวงทวารจะต้องนอนโรงพยาบาลประมาณ 3-4 วัน เนื่องจากต้องได้รับการฉีดยาชาเข้าบริเวณช่องน้ำไขสันหลัง
เพื่อระงับความปวดขณะผ่าตัด
แต่ปัจจุบันพบว่าผู้ป่วยสามารถผ่าตัดได้โดยการฉีดยาชาเฉพาะที่รอบรูทวารหนักเท่านั้น
เทคนิคการระงับปวดขณะและหลังผ่าตัด
ด้วยการฉีดยาชาเฉพาะที่รอบรูทวารหนักนั้น ไม่ได้ใช้อุปกรณ์พิเศษใดๆร่วมด้วย
อาจมีการฉีดยาหรือรับประทานยาแก้ปวดก่อนการผ่าตัด วิธีนี้ทำให้ผู้ป่วยพื้นตัวเร็ว
ปวดแผลน้อย มีโอกาสปัสสาวะไม่ออกหลังการผ่าตัดน้อยกว่า
และไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล
ผู้ป่วยที่ได้รับยาระงับปวดวิธีนี้ส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้ใน 1-2 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด
และเป็นที่น่ายินดีที่ผู้ป่วยจะมีทางเลือกในการรักษามากขึ้น
เพราะปัจจุบัน ทางภ.ศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ได้มีการพัฒนาของเทคนิคการผ่าตัดริดสีดวงทวาร
ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดแผลผ่าตัดน้อยลงหรือไม่ปวดเลย ได้แก่
1. การใช้อุปกรณ์พิเศษ เช่น Ligasure หรือ Harmonic scalpel ในการตัดริดสีดวงทวารแต่ละตำแหน่งโดยไม่ต้องใช้ไหมเย็บ
หรือเย็บแผลเพียง 1-2 แห่ง
2. การใช้เครื่องมือตัดต่อเยื่อบุลำไส้ชนิดกลม (Stapled
haemorrhoidopexy) ในการตัดริดสีดวงทวารกรณีที่เป็นหลายตำแหน่ง
โดยมากมักใช้กรณีที่มีริดสีดวงทวารอย่างน้อย 3 ตำแหน่ง
กรณีนี้ผู้ป่วยจะไม่มีแผลภายนอกเลย
อย่างไรก็ตาม
การผ่าตัดโดยใช้เครื่องมือตัดต่อเยื่อบุลำไส้ชนิดกลมนี้มีค่าใช้จ่ายของตัวเครื่องมือค่อนข้างสูง
และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าการผ่าตัดวิธีอื่น ๆ เช่น ภาวะรูทวารตีบ
หรือมีรูทะลุจากช่องทวารหนักไปยังช่องคลอด เป็นต้น
แต่ด้วยความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและเครื่องมือผ่าตัดในการริดสีดวงทวารทั้งสองวิธีข้างต้น ผู้ป่วยศิริราชสามารถอุ่นใจได้กับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการผ่าตัดลำไส้ใหญ่และทวารหนักโดยเฉพาะ
ร่วมกับมีวิสัญญีแพทย์ที่มีความชำนาญในการให้ยาระงับปวดขณะผ่าตัด
ประกอบกับมียาแก้ปวดที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยมในการระงับปวดหลังการผ่าตัดด้วย
อย่างไรก็ตาม
การป้องกันการเกิดโรคย่อมดีกว่าการรักษาโรคที่เกิดขึ้นเป็นแล้ว ริดสีดวงทวาร
ป้องกันได้ เพียง...
- รับประทานอาหารที่มีใยอาหารมาก ๆ
- ดื่มน้ำเยอะๆ ประมาณ 8-10 แก้ว/วัน
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการเบ่งอุจจาระนาน ๆหรืออ่านหนังสือในขณะขับถ่าย
- เมื่อมีอาการขับถ่ายผิดปกติ หรือถ่ายอุจจาระเป็นเลือดให้มาพบแพทย์
เพื่อหาสาเหตุของโรค และถ้าอาการนั้นเกิดจากริดสีดวงทวาร ถ้ามาพบแพทย์เร็ว
ท่านอาจจะได้รับรักษาด้วยวิธีการอื่นๆ โดยไม่ต้องผ่าตัดก็ได้ครับ
ที่มา
ผศ.ดร.นพ.วรุตม์
โล่ห์สิริวัฒน์
ภาควิชาศัลยศาสตร์
Faculty ofMedicine Siriraj Hospital
Faculty of
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ค้นหาใน Web นี้
บทความที่ได้รับความนิยม
-
Tennis Elbow คือกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นทางด้านนอกข้อศอก ซึ่งเกิดจากการอักเสบตรงบริเวณที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกระดกข้อมือ...
-
เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส วาริเซลลา มีลักษณะอาการเป็นผื่นแดงราบ ตุ่มใส ตุ่มหนอง กระจายตามหน้า ลำตัว และแผ่นหลัง และมีไข้ เกิดจากเชื้อไว...
-
การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย จำเป็นหรือไม่ ? บทนำ การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย เป็นการผ่าตัดเล็กที่ทำกันบ่อยมาก จนเกือ...
-
ต่อมทอนซิล คือต่อมน้ำเหลืองที่อยู่บริเวณด้านข้างลำคอตรงโคนลิ้น เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ภายในต่อมมีเม็ดเลือดขาวหลายชนิดทำ...
-
การล้างจมูกคืออะไร การล้างจมูก คือ การทำความสะอาดโพรงจมูก โดยการใส่ หรือหยอดน้ำเข้าไปในจมูกการล้างจมูก จะช่วยชะล้างมูก ครา...
-
ปุ่มกระดูกในช่องปาก ปุ่มกระดูกในช่องปากมีชื่อเรียกต่างกันไปตามตำแหน่งที่พบ เช่น พบในบริเวณกึ่งกลางเพดานของขากรรไกรบน จะเร...
-
อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์ กรดยูริคที่เป็นตัวการทำให้ข้ออักเสบในผู้ป่วยโรคเก๊าท์ เกิดมาจาก “ สารพิวรีน ” ทั้งที่มีอยู่ในร่าง...
-
โรค Carpal Tunnel Syndrome หรือชื่อย่อคือ CTS เป็นโรคที่พบได้บ่อย เกิดจากเส้นประสาทมีเดียน (Median Nerve) ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้า...
-
ผ่าตัดริดสีดวงทวาร อย่างไรไม่ให้เจ็บ (หรือเจ็บน้อย) โรคริดสีดวงทวารเป็นโรคที่พบบ่อย เกิดจากการโป่งพองของหลอดเลือดขนาดเล็กบริเวณเยื่อบุ...
-
ผ่าตัดริดสีดวงทวาร อย่างไรไม่ให้เจ็บ (หรือเจ็บน้อย) โรคริดสีดวงทวารเป็นโรคที่พบบ่อย เกิดจากการโป่งพองของหลอดเลือดขนาดเล็กบริเวณเยื่อบ...
จำนวนการดูหน้าเว็บรวม
ผู้ติดตาม
ขับเคลื่อนโดย Blogger.




0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น