วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2556
ปากแหว่ง เพดานโหว่รักษาได้
ปากแหว่ง เพดานโหว่รักษาได้
การให้กำเนิดลูกน้อยที่มีอวัยวะครบ 32 เป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนปรารถนา แต่ถ้ามีความผิดปกติ เช่น ปากแหว่ง เพดานโหว่ ซึ่งในทางการแพทย์ปัจจุบันสามารถรักษาให้กลับมาเหมือนเด็กทั่วไปได้
โรคปากแหว่ง เพดานโหว่ เป็นความผิดปกติของใบหน้าและช่องปากแต่กำเนิด สังเกตจากผู้ป่วยที่ปากแหว่ง
จะมีรอยแยกของริมฝีปากบนไปจนถึงเหงือกและเพดานปากส่วนหน้า
อาจเป็นด้านเดียวหรือสองด้าน ส่วนเพดานโหว่
รอยแยกจะเกิดขึ้นตั้งแต่เพดานอ่อนไปจนถึงเพดานแข็ง
ซึ่งตำแหน่งและความรุนแรงจะแตกต่างกันตามเชื้อชาติ สำหรับประเทศไทย
พบเด็กทารกเกิดใหม่ที่เป็นโรคนี้ ประมาณ 1,000 รายต่อปี หรืออุบัติการณ์ 1 ต่อ 700 ราย โดยเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือโครโมโซมที่ผิดปกติ
หรือปัจจัยภายนอกที่กระทบคุณแม่ตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก เช่น
การขาดสารอาหารหรือวิตามินบางชนิด สืบเนื่องจากพิษของยาหรือสารเคมีบางอย่าง
รวมถึงการติดเชื้อจากไวรัสหรือแบคทีเรียบางชนิด และอาจเกิดจากการฉายรังสีเอกซเรย์
ฯลฯ
เด็กที่มีความพิการปากแหว่งเพดานโหว่นั้น จะมีปัญหาตั้งแต่เรื่องของการเลี้ยงดูหลังคลอด
เนื่องจากเด็กไม่สามารถดูดนมได้อย่างเด็กทั่วไป มีปัญหาในระบบของร่างกาย
เช่น ความพิการทางหัวใจและระบบไหลเวียน ระบบทางเดินอาหาร ระบบขับถ่าย รวมทั้งระบบประสาทและสมอง
การรักษา แพทย์จะตรวจร่างกายเพื่อวางแผนการรักษาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ป่วยมีสุขภาวะที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ตั้งแต่
- กุมารแพทย์ ให้การวินิจฉัยและการรักษาเมื่อมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน
- ทันตแพทย์ ทำการจัดฟันเพื่อให้โครงสร้างใบหน้าและฟันกลับมาเป็นปกติ และทำให้การพูดบาง
เสียงชัดเจนขึ้น
- ศัลยแพทย์ ทำการผ่าตัดแก้ไข
- แพทย์ด้านหู
คอ จมูก และนักแก้ไขการได้ยิน ตรวจคัดกรองการได้ยินตั้งแต่แรกเกิด และตรวจติดตามผลประจำ ปีละ 1 ครั้ง
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหูชั้นกลางอักเสบหรือหูหนวกถาวร
-
นักแก้ไขการพูด ช่วยแก้ไขการพูดที่ผิดปกติ
ทั้งการพูดไม่ชัดและเสียงขึ้นจมูก แต่หากมีปัญหาเรื่องซีด
หรือการติดเชื้ออื่นๆ ในร่างกาย เช่น ไข้หวัด ปอดอักเสบ หูอักเสบ
ก็จะรักษาให้หายเสียก่อน เพื่อจะได้ไม่ส่งผลต่อการผ่าตัดและการดมยาสลบ
สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการผ่าตัดริมฝีปากแหว่งนั้น จะทำเมื่ออายุประมาณ 3 เดือน น้ำหนักเด็กมากกว่า 5 กิโลกรัม
โดยซ่อมแซมริมฝีปาก สร้างริมฝีปาก และ แก้ไขจมูกให้กลับคืนสู่สภาพที่ใกล้เคียงกับปกติให้มากที่สุด และหากมีเพดานโหว่ร่วมด้วย แพทย์จะทำการผ่าตัดปิดเพดานและลิ้นไก่ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งจะทำให้การเจริญเติบโตของกระดูกและใบหน้ารวมถึงการพูดของเด็กใกล้เคียงเด็กปกติ
หากท่านมีบุตรหลานเป็นโรคนี้ อย่าปล่อยทิ้งไว้
เพราะจะเกิดปัญหาตามมาทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ตั้งแต่การดูดกลืนนม
อาหาร ปัญหาการได้ยิน การสบฟัน ปัญหาด้านภาษาและการพูด รวมถึงด้านอารมณ์และจิตใจนะครับ
ที่มา
ศ.คลินิก นพ.อภิรักษ์ ช่วงสุวนิช
ภาควิชาศัลยศาสตร์
Faculty ofMedicine Siriraj Hospital
Faculty of
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ค้นหาใน Web นี้
บทความที่ได้รับความนิยม
-
Tennis Elbow คือกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นทางด้านนอกข้อศอก ซึ่งเกิดจากการอักเสบตรงบริเวณที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกระดกข้อมือ...
-
เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส วาริเซลลา มีลักษณะอาการเป็นผื่นแดงราบ ตุ่มใส ตุ่มหนอง กระจายตามหน้า ลำตัว และแผ่นหลัง และมีไข้ เกิดจากเชื้อไว...
-
การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย จำเป็นหรือไม่ ? บทนำ การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย เป็นการผ่าตัดเล็กที่ทำกันบ่อยมาก จนเกือ...
-
ต่อมทอนซิล คือต่อมน้ำเหลืองที่อยู่บริเวณด้านข้างลำคอตรงโคนลิ้น เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ภายในต่อมมีเม็ดเลือดขาวหลายชนิดทำ...
-
การล้างจมูกคืออะไร การล้างจมูก คือ การทำความสะอาดโพรงจมูก โดยการใส่ หรือหยอดน้ำเข้าไปในจมูกการล้างจมูก จะช่วยชะล้างมูก ครา...
-
ปุ่มกระดูกในช่องปาก ปุ่มกระดูกในช่องปากมีชื่อเรียกต่างกันไปตามตำแหน่งที่พบ เช่น พบในบริเวณกึ่งกลางเพดานของขากรรไกรบน จะเร...
-
อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์ กรดยูริคที่เป็นตัวการทำให้ข้ออักเสบในผู้ป่วยโรคเก๊าท์ เกิดมาจาก “ สารพิวรีน ” ทั้งที่มีอยู่ในร่าง...
-
โรค Carpal Tunnel Syndrome หรือชื่อย่อคือ CTS เป็นโรคที่พบได้บ่อย เกิดจากเส้นประสาทมีเดียน (Median Nerve) ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้า...
-
ผ่าตัดริดสีดวงทวาร อย่างไรไม่ให้เจ็บ (หรือเจ็บน้อย) โรคริดสีดวงทวารเป็นโรคที่พบบ่อย เกิดจากการโป่งพองของหลอดเลือดขนาดเล็กบริเวณเยื่อบุ...
-
ผ่าตัดริดสีดวงทวาร อย่างไรไม่ให้เจ็บ (หรือเจ็บน้อย) โรคริดสีดวงทวารเป็นโรคที่พบบ่อย เกิดจากการโป่งพองของหลอดเลือดขนาดเล็กบริเวณเยื่อบ...
จำนวนการดูหน้าเว็บรวม
ผู้ติดตาม
ขับเคลื่อนโดย Blogger.
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น