วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2556

มารู้จักหมู่เลือดกันเถอะ


มารู้จักหมู่เลือดกันเถอะ 

       ท่านคงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับการทำนายนิสัยจากหมู่เลือด การทำนายดวงชะตาจากกรุ๊ปเลือดหรือการรับประทานอาหารตามกรุ๊ปเลือดกันมาบ้าง แต่ทราบหรือไม่ว่าจริงๆแล้วกรุ๊ปเลือดคืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร  “กรุ๊ปเลือดหรือ หมู่เลือดเป็นลักษณะจำเพาะของสารแอนติเจนซึ่งเป็นโปรตีนหรือคาร์โบไฮเดรตที่อยู่บนผิวเม็ดเลือดแดง ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล มีความสำคัญมากเนื่องจากหากจำเป็นต้องได้รับเลือด จะต้องได้รับเลือดจากบุคคลที่มีหมู่เลือดหมู่เดียวกัน หรือเข้ากันได้ มิเช่นนั้นอาจเกิดปฏิกริยาจากการให้เลือดผิดหมู่ซึ่งรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นคนเราทุกคนจึงควรทราบหมู่เลือดของตัวเอง เพื่อความรวดเร็วและปลอดภัยหากมีเหตุที่จะต้องได้รับเลือด

      หมู่เลือดนั้นมีอยู่ด้วยกันกว่า 40 ระบบแต่ที่มีความสำคัญจริงๆมีอยู่สองระบบคือ ระบบเอบีโอ (ABO) ซึ่งแบ่งหมู่เลือด 4หมู่คือ เอ (A), บี (B), โอ (O) และเอบี(AB)   และระบบอาร์เอช (Rh) ซึ่งแบ่งหมู่เลือดเป็น อาร์เอชบวก (Rh positive) และ อาร์เอชลบ (Rh negative) ซึ่งคนที่มีหมู่เลือดอาร์เอชลบนั้นพบได้น้อยในคนไทย (ในคนไทย 1000 คนพบคนที่มีหมู่เลือดอาร์เอชลบเพียง 3 คน)  จัดเป็นหมู่เลือดหายาก




หมู่เลือดระบบเอบีโอ ( ABO blood group)

      เป็นหมู่เลือดที่มีความสำคัญมาก ถูกกำหนดโดยสารแอนติเจนที่อยู่บนผิวเม็ดเลือดแดงซึ่งมีสองชนิดคือ สารแอนติเจน ‘เอ’ ( A antigen) และแอนติเจน ‘บี’ ( B antigen) โดยคนที่ไม่มีสารแอนติเจนชนิดใด ก็จะสร้างสารต้าน (antibody)ต่อสารแอนติเจนชนิดนั้น ซึ่งถ้าได้เลือดผิดหมู่ก็จะเกิดปฏิกริยารุนแรงจากสารต้านจนเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

หมู่เลือด A คือคนที่มีสารแอนติเจน A บนผิวเม็ดเลือดแดงและไม่มีสารแอนติเจน B จึงสร้างสารต้านต่อแอนติเจน B (anti B)
หมู่เลือด B คือคนที่มีสารแอนติเจน B บนผิวเม็ดเลือดแดงและไม่มีสารแอนติเจน A จึงสร้างสารต้านต่อแอนติเจน A (anti A)
หมู่เลือด AB คือคนที่มีทั้งสารแอนติเจน A และสารแอนติเจน B บนผิวเม็ดเลือดแดงและไม่สร้างสารต้านทั้งสองชนิด
หมู่เลือด O คือคนที่ไม่มีทั้งสารแอนติเจน A และสารแอนติเจน B บนผิวเม็ดเลือดแดง จึงสร้างสารต้านต่อทั้งแอนติเจน A และแอนติเจน B 

      ในการให้เลือดเราจะต้องได้เลือดจากคนเลือดหมู่เดียวกันหรือเข้ากันได้คือไม่มีสารต้านต่อแอนติเจนของเลือดที่จะให้ ดังแสดงในตาราง



หมู่เลือด
แอนติเจน
สารต้าน
ต้องได้รับเลือดจาก
สามารถให้เลือดกับ
A
A
Anti B
หมู่ A,O
หมู่ A, AB
B
B
Anti A
หมู่ B,O
หมู่ B, AB
AB
A และ B
ไม่มี
หมู่ AB, A,B,O
หมู่ AB
O
ไม่มี
Anti A และ anti B
หมู่ O
หมู่ O, A,B, AB







หมู่เลือดอาร์เอช (Rh blood group)

       เป็นหมู่เลือดที่มีความสำคัญเช่นกัน ถูกกำหนดโดยสารแอนติเจนที่อยู่บนผิวเม็ดเลือดแดงคือสาร ‘ดี’ (D antigen) โดยคนที่มีสาร D อยู่บนผิวเม็ดเลือดแดงก็จะเป็นหมู่เลือดอาร์เอชบวก (Rh positive) ส่วนคนที่ไม่มีสาร D อยู่บนผิวเม็ดเลือดแดงก็จะเป็นหมู่เลือดอาร์เอชลบ (Rh negative) ซึ่งพบได้น้อยในคนไทย   โดยทั่วไปหมู่เลือดอาร์เอชลบ (Rh negative) จะยังไม่มีสารต้าน D ( anti D) อยู่เดิมแต่จะถูกสร้างชึ้นเมื่อได้รับเลือดอาร์เอชบวก (Rh positive)ซึ่งมีสาร D อยู่บนผิวเม็ดเลือดแดงหรือตั้งครรภ์บุตรที่มีเลือดอาร์เอชบวก ซึ่งสารต้าน D จะทำให้เกิดปฏิกริยาที่รุนแรงและเป็นอันตรายได้เช่นกันเมื่อได้รับเลือดอาร์เอชบวกซึ่งหลังสร้างสารต้านไปแล้ว นอกจากนั้นในผู้หญิงที่มีหมู่เลือดอาร์เอชลบที่มีสารต้าน Dแล้ว หากตั้งครรภ์บุตรที่มีเลือดอาร์เอชบวก สารต้าน D จากร่างกายแม่จะสามารถเข้าไปทำลายเม็ดเลือดแดงของเลือดลูกที่อยู่ในครรภ์ ก่อให้เกิดอันตรายต่อลูกที่อยู่ในครรภ์ได้อีกด้วย

        ดังนั้นในคนที่มีหมู่เลือดอาร์เอชลบ หากมีเหตุที่จะต้องได้เลือดจึงควรจะได้เลือดหมู่อาร์เอชลบเพื่อป้องกันการสร้างสารต้าน D และหากตั้งครรภ์โดยที่ยังไม่มีสารต้าน D ก็ควรจะฉีดยาป้องกันการสร้างสารต้าน D ขณะตั้งครรภ์และหลังคลอด ส่วนในคนที่มีการสร้างสารต้าน D แล้วก็จะต้องได้รับเฉพาะเลือดอาร์เอชลบเท่านั้น มิฉะนั้นก็อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้
        ส่วนหมู่เลือดในระบบอื่นๆนั้นมีความสำคัญรองลงไป ไม่ได้ทำการตรวจเป็นประจำ แต่จะทำการตรวจหาสารต้านของหมู่เลือดระบบอื่นๆ (antibody screening) เฉพาะในผู้ป่วยที่ได้รับเลือดก่อนการให้เลือด

การตรวจหมู่เลือด
            ในปัจจุบันหากท่านมาบริจาคเลือด เลือดของท่านก็จะได้รับการตรวจหมู่เลือดทั้งระบบเอบีโอและระบบอาร์เอชเพื่อเตรียมให้ผู้ป่วย และหากท่านมีหมู่เลือดชนิดพิเศษหายากท่านอาจได้รับการติดต่อจากธนาคารเลือดเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้บริจาคเลือดหมู่พิเศษซึ่งจะได้รับการติดต่อเพื่อมาบริจาคเลือดเมื่อมีผู้ป่วยที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เลือดหมู่ของท่านต่อไป
        หากท่านเป็นผู้ป่วยที่จะต้องได้รับเลือด ท่านจำเป็นจะต้องได้รับการเจาะเลือดเพื่อมาตรวจที่ธนาคารเลือดเพื่อยืนยันหมู่เลือด ตรวจหาสารต้านหมู่เลือดในระบบอื่นๆและตรวจความเข้ากันได้กับเลือดที่จะได้รับ ก่อนที่จะได้รับเลือดทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยในการได้รับเลือด
        หากท่านยังไม่ทราบหมู่เลือดของตนเอง ท่านสามารถรับการตรวจได้ที่โรงพยาบาลทุกแห่ง ทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ตัวท่านเองเมื่อมีเหตุที่ต้องได้รับเลือดฉุกเฉิน


ที่มา     อ.พญ.กุลวรา อนุรักษ์ภราดร
           ภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด
           Faculty of Medicine Siriraj Hospital
           คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

0 ความคิดเห็น:

ค้นหาใน Web นี้

บทความที่ได้รับความนิยม

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ผู้ติดตาม

ขับเคลื่อนโดย Blogger.