วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556

ซิฟิลิส (Syphilis)


ซิฟิลิส (Syphilis)
          เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่งที่มีอันตรายเป็นโรคติดต่อที่สามารถทำให้เกิดโรคแก่ระบบต่างๆ ของร่างกายได้หลายระบบ เช่น ซิฟิลิสระบบหัวใจและหลอดเลือด ซิฟิลิสระบบประสาท เป็นต้น นอกจากนี้ มารดาที่เป็นโรคซิฟิลิสจะถ่ายทอดโรคสู่ทารกในครรภ์ได้เรียกว่า ซิฟิลิสแต่กำเนิด


สาเหตุของโรค
           เกิดจากเชื้อ Treponema pallidum
รูปร่างของเชื้อ
          เป็นเชื้อแบคทีเรียรูปร่างเกลียวสว่าน ลักษณะบอบบาง หัวท้ายแหลม เกลียวสม่ำเสมอ ขนาดเกลียวเท่ากัน จำนวนเกลียวมี 6-14 เกลียว ยาว 6-15 ไมครอน ตรวจพบเชื้อด้วยกล้องจุลทรรศน์พิเศษ (darkfield microscopy)
การเคลื่อนไหวของเชื้อ
  1. หมุนตัวควงสว่านตามแนวยาวของลำตัว มีความเร็วสม่ำเสมอ
  2. เดินหน้าและถอยหลัง
  3. โค้งงอลำตัว (angulation) โดยใช้กลางลำตัวเป็นจุดงอและดีดตัวกลับแบบสปริง
การติดต่อ
  1. โดยการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เป็นโรคในระยะติดต่อ โดยเชื้อจะเข้าทางแผลที่ผิวหนัง รอยโรคที่ติดต่อง่ายคือแผลริมแข็งและผื่นในระยะที่ 2
  2. มารดาที่เป็นซิฟิลิสจะถ่ายทอดโรคสู่ทารกในครรภ์ได้ ติดเชื้อก่อนเกิด(prenatal infection) แม่ที่ตั้งครรภ์เป็นซิฟิลิสจะปล่อยเชื้อผ่านรกไปยังเด็ก
  3. ติดต่อโดยการรับเลือดจากผู้ที่เป็นโรคซิฟิลิส
ระยะฟักตัว
          ประมาณ 10 - 90 วัน
อาการและอาการแสดง
  1. ภายหลังจากได้รับเชื้อมาแล้วประมาณ 10-90 วัน จะมีแผลเกิดขึ้นที่อวัยวะสืบพันธ์และอาจจะเกิดที่อื่นๆ แผลส่วนมากจะเป็นแผลเดียว แต่บางครั้งอาจจะเป็นหลายๆ แผลลักษณะแผลจะขอบแข็งไม่เจ็บ แผลสะอาด ถ้าไม่ได้รับการรักษาแผลอาจจะหายไปเอง แต่โรคนี้ยังไม่หาย โรคจะค่อย ๆ ดำเนินโรคต่อไป
  2. เป็นระยะที่เชื้อเข้าต่อมน้ำเหลืองและอยู่ในเลือดกระจายไปทั่วร่างกาย ทำให้ผื่นเกิดขึ้นทั่วตัวและ ฝ่ามือ ฝ่าเท้าด้วย ผื่นนี้เรียกว่า "ออกดอก" เป็นผื่นไม่เจ็บ ไม่คัน คิ้วร่วง ผมร่วงทั่วไปหรือเป็นหย่อมๆ ต่อมน้ำเหลืองโต อาการเหล่านี้อาจจะหายเองได้แต่เชื้อยังคงอยู่ในร่างกาย
  3. โรคนี้จะสงบลงโดยที่ผู้ป่วยไม่มีอาการอะไรเลยเป็นเวลานานๆได้หลายปีแต่ถ้าไม่ได้รับการรักษา โรคก็จะค่อยๆลุกลามไปทำลายอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย เช่น หัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท กระดูกทำให้พิการและตายได้
  4. ซิฟิลิสแต่กำเนิด หญิงมีครรภ์ที่ติดเชื้อซิฟิลิสแล้วไม่ได้รับการรักษา เชื้ออาจจะถ่ายทอดไปยังทารกในครรภ์ได้ทำให้ทารกตายในครรภ์หรือตายหลังคลอด ทารกบางคนที่รอดชีวิตและเมื่อโตขึ้นอาจจะพบความผิดปกติได้คือ ดั้งจมูกยุบ เพดานปากโหว่ กระดูกหน้าแข้งโค้ง ฟันหน้าแหว่งเว้า แก้วตาอักเสบและตาอาจบอดได้ เส้นประสาทฝ่อ หูหนวก สมองเสื่อมเพราะเชื้อเข้าไปทำลายระบบประสาท



ที่มา  กองกามโรค กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข


0 ความคิดเห็น:

ค้นหาใน Web นี้

บทความที่ได้รับความนิยม

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ผู้ติดตาม

ขับเคลื่อนโดย Blogger.