วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556
มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
หรือมะเร็งมดลูกเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 3 ของมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์สตรีไทย
ผู้คนชอบนำไปสับสนกับมะเร็งปากมดลูก ที่พบบ่อยเป็นอันดับ 1 โรคนี้ถ้ามาพบแพทย์ตั้งแต่แรกเริ่มมีอาการมักรักษาได้หายค่อนข้างสูง
ดังนั้นมาทำความรู้จักโรคนี้กันดีกว่าค่ะ
มดลูกคืออะไร?
มดลูกเป็นอวัยวะที่มีลักษณะคล้ายชมพู่คว่ำอยู่เชื่อต่อด้านบนของช่องคลอด
เป็นที่ให้ทารกฝังตัวและเจริญเติบโต เยื่อบุโพรงมดลูก คือ
ผิงด้านในของมดลูกซึ่งในวัยเจริญพันธุ์ จะหนาตัวขึ้นทุกเดือนเพื่อรับการฝังตัวของ
ตัวอ่อน (ทารก) หากเดือนใดไม่มีการตั้งครรภ์เยื่อบุโพรงมดลูกจะสลายตัว
ออกมาเป็นประจำเดือน (ระดู)
ส่วนปากมดลูกคือส่วนล่างสุดของมดลูกที่เชื่อมต่อกับช่องคลอด
ปีกมดลูกก็คือ รังไข่และท่อนำไข่ ที่อยู่ 2 ข้างเชื่อมต่อกับโพรงมดลูก
มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกพบบ่อยแค่ไหน?
ในประเทศไทย พบบ่อยเป็นอันดับ 3 ของมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์สตรี โดยพบประมาณ 3 คน/แสนราย/ปี
ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น อเมริกา หรือยุโรป พบบ่อยเป็นอันดับ 1
ประเทศไทยในฐานะประเทศกำลังพัฒนา
ที่เริ่มมีลักษณะความเป็นอยู่คล้ายคลึงประเทศแถบตะวันตกมากขึ้นทุกที
จึงพบการเกิดมะเร็งชนิดนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ใครบ้างที่เสี่ยงต่อมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก?
มะเร็งชนิดนี้เติบโตได้โดยการกระตุ้นของฮอร์โมนเพศหญิงหรือเอสโตรเจน
ดังนั้นภาวะใดก็ตามที่ทำให้มีฮอร์โมนเหล่านี้มากผิดปกติก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งชนิดนี้ด้วย
ได้แก่
1. การได้รับฮอร์โมนเพศหญิง
ซึ่งมีได้ 2 กรณีด้วยกัน
1.1 ฮอร์โมนวัยทอง ฮอร์โมนวัยทองมีหลายชนิดและหลายส่วนประกอบ
บางชนิด (เอสโตรเจนอย่างเดียวไม่มีโปรเจสโตเจน) สามารถกระตุ้นโรคนี้ได้มาก บางชนิด
(เอสโตรเจนที่มีโปรเจสโตเจนร่วมด้วย) ก็ไม่ทำให้เป็นโรคนี้
ดังนั้นผู้ที่รับประทานฮอร์โมนวัยทองควรปรึกษาแพทย์ก่อน
และอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์
1.2 สมุนไพร ยาสมุนไพรบางชนิดมีเอสโตรเจนปริมาณสูง
เช่น กวาวเครือ และอีกหลายชนิดมีเอสโตรเจนแฝงอยู่โดยไม่รู้
การรับประทานสมุนไพรบางตัวจึงอาจทำให้เลือดระดูออกผิดปกติหรือเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้
2. ความอ้วนในชั้นไขมันของคนเราเป็นที่สะสมของเอสโตรเจน
ดังนั้นยิ่งอ้วนมากยิ่งมีความเสี่ยงเป็นโรคนี้มากขึ้น
3. ยารักษามะเร็งเต้านม
ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมหลังผ่าตัด
บางรายแพทย์แนะนำให้รับประทานยาป้องกันการกลับเป็นซ้ำ (ทามอกซิเฟน)
ซึ่งยานี้มีลักษณะคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนจึงกระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกผิดปกติได้
จึงสมควรได้รับการตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด
4. ภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง
ซึ่งมักมีอาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ เมื่อเป็นมากๆ อาจมีสิว ผิวมัน
ขนดกร่วมด้วยกลุ่มนี้มีเอสโตรเจนสูงเช่นกัน
5. โรคเยื่อบุโพรงมดลูกหนาผิดปกติ
ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งได้
นอกจากนั้นยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ
อีก ได้แก่
1. เบาหวาน และความดันโลหิตสูง
2. ประวัติพันธุกรรม ญาติสายตรง เป็นมะเร็งสำไส้ใหญ่
ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้อย่าเพิ่งตกใจนะคะ
เพราะการมีปัจจัยเสี่ยงไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็งแต่จะได้เฝ้าระวังดูแลและรีบมาพบแพทย์เมื่อมีอาการ
ป้องกันได้ไหม?
พบว่าการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้
นอกจากนั้นยังช่วยกันการเกิดมะเร็งรังไข่ด้วย
มีอาการอย่างไร?
โชคดีมาที่โรคนี้มักเริ่มแสดงอาการแต่เนิ่นๆ นั่นคือ มีเลือดออกทางช่องคลอด
เนื่องจากมะเร็งชนิดนี้มักเกิดหลังอายุ 50 ปี ดังนั้น
ผู้หญิงทุกคนที่มีเลือดออกหลังหมดประจำเดือนไปแล้วควรรีบมาพบแพทย์
ผู้ที่ยังไม่ถึงวัยทอง แต่ถ้ามีอาการเลือดออกผิดปกติที่ไม่ใช่รอบเดือน เช่น
ออกกระปริดกระปรอย หรือออกมามากและนานกว่าปกติ คือเกิน 7 วันต่อรอบ ก็ควรมาพบแพทย์เช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีปัจจัยเสี่ยงข้างต้น
อย่าลืมว่ายิ่งพบแต่ระยะแรกโอกาสหายยิ่งสูง มีอาการผิดปกติอย่านิ่งนอนใจนะคะ
ส่วนกรณีที่โรคเป็นมากแล้ว อาจมีอาการของมดลูกโตขึ้น ปวดท้องน้อย
คลำได้ก้อนในท้องน้อย มดลูกไปกดกระเพาะปัสสาวะทำให้ปัสสาวะบ่อยหรือกดทวารหนัก
ทำให้อุจจาระลำบากได้ค่ะ
วินิจฉัยอย่างไร
การวินิจฉัยที่แน่นอนได้จากการนำเยื่อบุโพรงมดลูกไปตรวจทางพยาธิวิทยา
(ส่องกล้องย้อมเซลล์ดู) ซึ่งมักต้องขูดมดลูกให้ได้เนื้อเยื่อไปตรวจ
ในผู้ทีเคยมีบุตรแล้ว การขูดมดลูกทำได้โดยฉีดยาชา ส่วนผู้ที่ยังโสด
หรือไม่เคยมีบุตรแพทย์มักวางยาสลบให้ไม่เจ็บ สามารถกลับบ้านได้หลังขูดมดลูก
ฟังแล้วอย่าเพิ่งกลัวนะคะ
เมื่อมีอาการผิดปกติ คุณหมอตรวจแล้วจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป
หากดูแล้วไม่ค่อยเหมือนมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ก็คงไม่ต้องขูดมดลูกค่ะ
รักษาอย่างไร?
ทำได้โดยการผ่าตัด ซึ่งได้แก่ การตัดเอามดลูก ปากมดลูก ปีกมดลูก
(รังไข่และท่อนำไข่) ออกร่วมกับการล้างน้ำในช่องท้องและสุ่มตัดต่อมน้ำเหลืองไปตรวจ
การผ่าตัดจะช่วยทำให้ทราบว่าผู้ป่วยอยู่ในระยะใดของโรค หากพบว่าเป็นระยะแรก
กล่าวคือ มีมะเร็งอยู่เฉพาะที่เยื่อบุโพรงมดลูก
ยังมีการลุกลามเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูกไม่มาก ไม่มีการกระจายของโรคไปอวัยวะอื่น
การผ่าตัดที่กล่าวมาก็เพียงพอในการรักษา
ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างอื่นเพิ่มเติมผลการรักษาดีมาก
หากพบว่าเริ่มมีการลุกลามของมะเร็งลึกขึ้น หรือกระจายไปในอวัยวะข้างเคียง
หลังผ่าตัดจำเป็นต้องได้รับรังสีรักษา (ฉายแสง) ร่วมด้วย
โดยรังสีแพทย์จะพิจารณาฉายแสดงภายนอกหรือใส่แร่ที่ช่องคลอด หรือทั้งสองวิธี
แล้วแต่กรณี
ในกลุ่มที่มีการกระจายของโรคไปไกลๆ เช่น ช่องท้องด้านบน ตับ ปอด
อาจต้องให้เคมีบำบัดร่วมด้วย ซึ่งผลการรักษาไม่ดี
สรุป
โรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกมีข้อดีคือ มักมีอาการเตือนแต่แรกเริ่ม
กล่าวคือมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
ดังนั้นการพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการผิดปกติจะช่วยให้รักษาได้แต่เนิ่นๆ
โดยผ่าตัดเพียงอย่างเดียว โอกาสหายสูง
ที่มา
ผศ.พญ.อาบอรุณ
เลิศขจรสุข
หน่วยมะเร็งวิทยานรีเวช
ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
หน่วยมะเร็งวิทยานรีเวช
ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ค้นหาใน Web นี้
บทความที่ได้รับความนิยม
-
Tennis Elbow คือกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นทางด้านนอกข้อศอก ซึ่งเกิดจากการอักเสบตรงบริเวณที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกระดกข้อมือ...
-
เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส วาริเซลลา มีลักษณะอาการเป็นผื่นแดงราบ ตุ่มใส ตุ่มหนอง กระจายตามหน้า ลำตัว และแผ่นหลัง และมีไข้ เกิดจากเชื้อไว...
-
การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย จำเป็นหรือไม่ ? บทนำ การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย เป็นการผ่าตัดเล็กที่ทำกันบ่อยมาก จนเกือ...
-
ต่อมทอนซิล คือต่อมน้ำเหลืองที่อยู่บริเวณด้านข้างลำคอตรงโคนลิ้น เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ภายในต่อมมีเม็ดเลือดขาวหลายชนิดทำ...
-
การล้างจมูกคืออะไร การล้างจมูก คือ การทำความสะอาดโพรงจมูก โดยการใส่ หรือหยอดน้ำเข้าไปในจมูกการล้างจมูก จะช่วยชะล้างมูก ครา...
-
ปุ่มกระดูกในช่องปาก ปุ่มกระดูกในช่องปากมีชื่อเรียกต่างกันไปตามตำแหน่งที่พบ เช่น พบในบริเวณกึ่งกลางเพดานของขากรรไกรบน จะเร...
-
อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์ กรดยูริคที่เป็นตัวการทำให้ข้ออักเสบในผู้ป่วยโรคเก๊าท์ เกิดมาจาก “ สารพิวรีน ” ทั้งที่มีอยู่ในร่าง...
-
โรค Carpal Tunnel Syndrome หรือชื่อย่อคือ CTS เป็นโรคที่พบได้บ่อย เกิดจากเส้นประสาทมีเดียน (Median Nerve) ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้า...
-
ผ่าตัดริดสีดวงทวาร อย่างไรไม่ให้เจ็บ (หรือเจ็บน้อย) โรคริดสีดวงทวารเป็นโรคที่พบบ่อย เกิดจากการโป่งพองของหลอดเลือดขนาดเล็กบริเวณเยื่อบุ...
-
ผ่าตัดริดสีดวงทวาร อย่างไรไม่ให้เจ็บ (หรือเจ็บน้อย) โรคริดสีดวงทวารเป็นโรคที่พบบ่อย เกิดจากการโป่งพองของหลอดเลือดขนาดเล็กบริเวณเยื่อบ...
จำนวนการดูหน้าเว็บรวม
ผู้ติดตาม
ขับเคลื่อนโดย Blogger.
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น